Head-worldcup

วิเคราะห์คะแนนรวมถึงอันดับทุกกลุ่มใน Wold cup 2018

บอลโลกปีนี้จัดขึ้นในประเทศรัสเซีย ผมจึงให้เครดิต ทีมในยุโรป เพราะได้เปรียบในเรื่องของภูมิอากาศที่พวกเขาคุ้นเคยกันอย่างดี และด้วยชื่อชั้นของผู้เล่น ยิ่งทำให้มีอากาศเข้ารอบมากยิ่งขึ้น แต่การแข่งขันฟุตบอล ย่อมไม่มีอะไรที่แน่นอน อย่างที่เห็นกันในรอบคัดเลือก ที่มีทีมระดับโลกหลายทีมอดมาเตะรอบสุดท้าย อย่าง 2 ขาประจำของบอลโลก อย่าง อิตาลี และ ฮอนแลนด์ เป็นที่ฮือฮาของเหล่าแฟนบอลทั่วโลก ซึ่งพวกเขาเกิดความเสียดายเพราะจะไม่ได้รับชมฝีเท้าของนักเตะระดับโลกที่อยู่ในทีมเหล่านั้น แต่อย่างไรก็ตามสำหรับ 32 ทีมสุดท้าย ก็ยังมีทีมระดับโลกเข้ามาหลายทีมเช่นกัน เราก็จะมาดูกันดีกว่าว่าแต่ละกลุ่มประกอบด้วยอะไรบ้าง และมีทีมไหนมีโอกาสเข้ารอบลึกๆ nfl-statistics.com จะมาวิเคราะห์เรื่องราวทั่งหมดนี้ก่อนเกมการแข่งขันแบบฟันธง เส้นทางคว้าแชมป์ของแต่ละทีม

aaa

Group A

ประกอบไปด้วย  เจ้าภาพ รัสเซีย ซาอุดิ อาระเบีย อียิบ อุรุกวัย ซึ่งดูจากรายชื่อและตัวผู้เล่นแล้วผมยกให้ อุรุกวัย มีโอกาสเข้ารอบต่อไปมากที่สุดเพราะทีมมีความสมดุลทั้งเกมรุกและ เกมรับที่เต็มไอด้วยนักเตะระดับโลก ทำให้ผมยกให้ทีมนี้เป็นอันดับ 1 ส่วนอีก 3 ทีมมีความสูสีกันมาก แต่อย่าลืมว่า อียิบมีตัวแปลอย่าซาร่า ที่ฟอร์มกำลังดี ทำให้ผมยกให้เป็นทีมที่จะมีคะแนนและ เข้ารอบต่อไปด้วยอันดับ 2 ของกลุ่ม อันดับ 3 รัสเซีย และสุดท้าย ซาอุดิ อาระเบีย สาเหตุที่คิดเห็นเช่นนี้เพราะรูปร่างและประสบการณ์ของนักเตะเอเชีย ค่อนข้างเสียเปรียบเป็นอย่างมากและ สภาพอากาศที่หนาวเย็นมันส่งผลอย่างมากกับนักเตะเอชียอย่างแน่นอน แต่สำหรับ ซาร่า ของอียิบ ที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรปอยู่แล้วย่อมไม่มีปัญหาเรื่องนี้ครับ

Group B

สมาชิกกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย โปรตุเกส สเปน โมร็อกโก อิหร่าน ซึ่งดูจากความพร้อมของทีมและชื่อชั้นแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสเปน ยังคงเป็นทีมเต็งของรายการนี้ ด้วยการที่มีผู้เล่นซุปเปอร์สตาร์คับทีม ที่เล่นกับทีมใหญ่ในยุโรป ซึ่งจุดเด่นของทีมนี้อยู่ที่กองกลางที่มีการเล่น ที่แม่นยำ จึงทำให้เขาเป็นถึงเต็ง 3 ในรายการนี้ร่วมกับฝรั่งเศส เลยทีเดียว และเรามองว่ารอบนี้ยังไม่ใช่งานยากของพวกเขา ยกเป็นทีมอันดับ 1 ของกลุ่มนี้ อี 1 ทีมที่จะเข้าในอันดับ 2 ค่อนข่างสูสีแต่ด้วยเล่นในยุโรปและการที่มีนักเตะซุปเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด ทำให้ทีมนี่น่าจับตา และประมาทไม่ได้ ในยูโรเองพวกเข้าก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีดีพอที่จะเป็นแชมป์ จึงอันดับ 2 ให้ โปรตุเกส 3 โมร็อกโก 4 อิหร่าน

Group C

เป็นกลุ่มที่มีทีมที่ถูกยกให้เป็นทีมเต็ง 3 ร่วมอย่าง ฝรั่งเศส และ อีก 3 ทีม ที่เหลือคือ ออสเตเลีย เปรู เดนมาร์ก และดูแล้วคงไม่มีทีมไหนที่ต่อกรกับตราไก่ได้อย่างสูสี ถึงแม้ว่าจะขาดกองหน้าซุปเปอร์สตาร์อย่าง การีม แบนเซมา ที่มีปัญหาส่วนตัวกับผู้จัดการทีม แต่ด้วยซุปเปอร์สตาร์ตำแหน่งอื่นๆ จะทำให้ ฝรั่งเศสเข้ารอบด้วยการเป็นที่ 1 ของกลุ่มได้อย่างสบาย ส่วนอีก 3 ทีมที่เหลือคงจะแย่งพื้นที่การเข้ารอบกันอย่างสนุก เพราะมีความสูสีของตัวผู้เล่น แต่ถ้าจะให้ฟันธงว่า ทีมไหนจะเข้ารอบเป็นที่สอง ผมขอเลือกเป็น เดนมาร์ก ครับ เพราะมีรูปร่างและประสบการณ์ของผู้เล่นที่ดีสุดถ้าเทียบกัน 3 ทีม เดนมาร์กคืออันดับ 2 ของกลุ่มนี้ ที่ 4 เป็น ออสเตเลีย และสุดท้าย เปรู

Group D

จะเห็นได้ว่าเหล่าบรรดาทีมใหญ่กระจายอยู่ตามกลุ่มต่าง ๆ  จึงทำให้ไม่มี Group of Death ซึ่งกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย อาเจนติน่า ไอซ์แลนด์ โครเอเชีย และ ไนจีเรีย ซึ่งดูแล้วยอดทีมอย่างฟ้าขาวมีความพร้อมสูงสุดทั้งตัวผู้เล่นอยู่ในฟอร์มที่ดี ส่งผลให้ทีมนี้กลายเป็นทีมเต็งเข้ารอบโดยทันที ส่วนอันดับ 2 นั้น ผมมองว่า เป็น โครเอเชีย เพราะมีกองกลางระดับโลกที่อยู่ทีมใหญ่และ เป็นตัวหลักของสโมสรเหล่านั้น ทำให้พวกเขาดูแข็งแกร่งโดดเด่นขึ้นมาโดยทันที และมองว่า โครเอเชีย จะเข้ารองในฐานะรองแชมป์กลุ่มได้อย่างมากยากนัก อันดับ 3 ผมให้ ไนจีเรีย และ ที่ 4 เป็น ไอซ์แลนด์ เพราะเนื่องจากเมื่อเทียบฟร์มการเล่นและความสามารถแล้วพวกเขาดูด้อยที่สุดในกลุ่มครับ

Group E

กลุ่มนี้มีทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งลูกหนังโลกอย่างบราซิลอยู่ด้วย ซึ่งอีก 3 ทีมที่เหลือประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ คอสตา ริก้า เซอร์เบีย ดูจากทีมทั้งหมดแล้วคงดูไม่ยากใช่ไหมหละครับ ว่าอันดับ 1 จะเป็นใคร แน่นอนครับ ทีมนั้นคือ บราซิล ซึ่งพวกเขาถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ของรายการนี้ร่วมกับ อินทรีเหล็กเยอรมัน และจากฟอร์มในรอบที่ผ่านมาพวกเขามีการเล่นที่ยอดเยี่ยมมาก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเราจึงยกให้ทีมนี้เข้ารอบในฐานนะแชมป์กลุ่ม E ครับ มีดูที่อันดับสองค่อนข้างเลือกยากครับ เพราะมี 2 ทีมที่มีตัวผู้เล่นและ ฟอร์มใกล้เคียงกันอย่างมาก ระหว่าง สวิตเซอร์แลนด์ กับ เซอร์เบีย แต่ผมให้น้ำหนักที่ สวิตเซอร์แลนด์ เพราะในรายการใหญ่พวกเขามีประสบการณ์มากกว่า และด้วยผู้เล่นที่มีประสบการณ์ค้าแข้งอยู่ในยุโรปจะช่วยพวกเขาได้

Group F

4 ทีมของกลุ่มนี้ทำให้เราตัดสินใจเลือกแชมป์กลุ่มได้ไม่ยากเพราะมีทีมเต็ง 1 ร่วมของรายการอย่างเยอรมันอยู่ด้วย ส่วนอีก 3 ทีม คือ แมกซิโก สวีเดน และเกาหลีใต้ มองดูจากความพร้อมต่าง ๆ แล้วแชมป์กลุ่มผมฟันธงให้ เยอรมัน เพราะทีมนี้มีทรัพยากรที่เหลือเฟือ ตัวสำรองที่มีคุณภาพเทียบเท่าตัวจริง ทำให้ยืนระยะได้ และเข้ารอบลึก ๆ ตลอดมา จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมพวกเขาถูกจับตามองในทุกทัวนาเม้นใหญ่ ๆ  ส่วนอันดับ 2 ยกให้กับ สวีเดน เพราะความได้เปรียบในด้านของอากาศ ที่ 3 เป็น แมกซิโก ถึงแม้ว่าหลัง ๆ พวกเขาจะผ่านรอบแรกหลายครั้ง แต่นักเตะส่วนใหญ่เล่นในทวีปของตัวเองทำให้ต้องปรับตัวกับสภาพอากาศพอสมควร

Group G

กลุ่มนี้มีความสูสีกันอยู่หลายทีมครับ ดูแล้วน่าจะมีลุ้นและสนุกที่สุด ซึ่ง 4 ทีมในกลุ่มนี้ก็คือ เบลเยียม อังกฤษ ตูนิเซีย และ ปานามา ทีมน้องใหม่ที่ดูแล้วน่าจะเป็นการเข้ารอบสุดท้ายมาเพื่อหาประสบการณ์ในเกมใหญ่มากกว่าเพราะ ทั้งทักษะและชื่อชั้นยังด้อยที่สุด โดยแชมป์กลุ่มนี้ผมยกให้ เบลเยียม ครับ แม้ว่ากลุ่มนี้จะมีต้นตำหรับฟุตบอลอย่างอังกฤษแต่ดูจากตัวผู้เล่นที่ประกาศออกมาแล้ว ยังไม่ดีพอสำหรับแชมป์กลุ่ม เพราะค่อนข้างค้านสายตาแฟนบอลอยู่พอสมควร มีดาวดังในลีกหลายคนหลุดทีมชาติแบบค้านสายตาแฟนบอล ทำให้สิงโตคำรามถูกจัดให้เป็นเพียงเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็น ตูนิเซีย และท้ายสุดคือ ทีมน้องใหม่ ปานามา

Group H

กลุ่มนี้ไม่มีทีมเต็งแชมป์ทำให้โอกาสเข้ารอบมีค่อนข้างสูสีกันทั้ง 4 ทีม โดยจะมีโปแลนด์ที่มีเปอร์เซ็นต์เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มมากที่สุด เพราะเป็นการเล่นในยุโรป ซึ้งได้เปรียบอีก 3 ทีมที่ประกอบไปด้วย เซเนกัล โคลัมเบีย และ ญี่ปุ่น ทำให้ผมมองว่าโปแลนด์จะได้รอบเป็นอันดับ 1 อันดับ 2 ถ้าจะให้ผมฟันธง ผมมองว่าเป็นโคลัมเบียครับ เหตุผลก็เพราะว่าประสบการณ์ในรายการนี้ที่มีมากกว่าทีมอื่นเพียงเท่านั้น ที่ 3 ยกให้  เซเนกัล ซึ่งอาจจะมีแต้มติดมือกลับประเทศและอันดับสุดท้าย 1 เดียวจากเอเชีย ญี่ปุ่น  ถึงแม้ว่าจะมีนักเตะไปค้าแข้งในยุโรปเยอะแต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าการเล่นให้ทีมชาติจะดีตามและ ด้วยรูปร่างที่เสียเปรียบทำให้พวกเขามีโอกาสตกรอบสูงสุด

Screen
ball

ตารางคะแนนทุกลีก >คลิก<

สกู๊ปพิเศษ

ยอดทีมชั้นนำของวงการฟุตบอลในตอนนี้ก็เห็นจะเป็นทีมไหนไปไม่ได้แล้วนอกจากทีมสิงห์บลูเชลซี ที่ล่าสุดคว้าแช้มป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษปีล่าสุดฤดูกาล 2016-2017 จากการคุมทีมของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ด้วยผลงานที่ผ่านมาเป็นจ่าฝูงอยู่หัวตารางคะแนนตลอดไม่มีตกเลยตั่งแต่เริ่มออกสตาร์ท